Ubiquitous Computing Device

1. โทรศัพท์เคลื่อนบทบาทที่เป็น Ubiquitous Computing Device สามารถทำอะไรได้บ้าง ใช้โปรแกรม IM ในการสนทนา อย่าง โปรแกรม MSN Messenger ใช้เป็น GPS เพื่อนำทางไปยังสถานที่ต่าง ใช้ตรวจสอบ พยากรณ์ สภาพอากาศ ใช้เว็บเบาเซอร์ในการในการท่องอินเทอร์เน็ต ใช้ติดต่อสื่อสารแบบเห็นหน้าของผู้สนทนา ใช้เป็นกล้องถ่ายรูป หรือถ่ายวีดีโอ และส่งไปสถานีข่าวได้โดยทันที ใช้เป็น organizer เพื่อบันทึกการนัดมาย ต่างๆ เป็นเครื่องคิดเลข นาฬิกา […]

1. โทรศัพท์เคลื่อนบทบาทที่เป็น Ubiquitous Computing Device สามารถทำอะไรได้บ้าง

  • ใช้โปรแกรม IM ในการสนทนา อย่าง โปรแกรม MSN Messenger
  • ใช้เป็น GPS เพื่อนำทางไปยังสถานที่ต่าง
  • ใช้ตรวจสอบ พยากรณ์ สภาพอากาศ
  • ใช้เว็บเบาเซอร์ในการในการท่องอินเทอร์เน็ต
  • ใช้ติดต่อสื่อสารแบบเห็นหน้าของผู้สนทนา
  • ใช้เป็นกล้องถ่ายรูป หรือถ่ายวีดีโอ และส่งไปสถานีข่าวได้โดยทันที
  • ใช้เป็น organizer เพื่อบันทึกการนัดมาย ต่างๆ เป็นเครื่องคิดเลข นาฬิกา ปฏิทิน
  • ใช้เป็นเครื่องเล่นเพลง เครื่องเล่นวีดีโอ เครื่องเล่นเกมส์
  • ใช้โปรแกรม Email สามารถ อ่าน รับ ส่ง Email ได้
  • ใช้โปรแกม zip phone เพื่อใช้งาน voip
  • ใช้ รับ-ส่ง ข้อความ sms mms
  • ใช้อ่าน E-Book เปิดเอกสาร Word Excel PowerPoint
  • ใช้งานร่วมกับ RFID ในการบันข้อมูลต่างๆ และยืนยันข้อมูลกับบริการต่างๆได้โดยสดวก
  • ใช้เป็นเครื่องอ่าน Bar Code และ QR Code โดยซอฟท์แวร์ในตัวโทรศัพท์ เพื่อเข้าถึงข้อมูลต่างของตัวสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ของผู้ผลิตสินค้านั้นๆ
  • ใช้เป็นรีโมทคอลโทล สำหรับอุปกรณ์ต่างๆ เช่นรีโมท์สำหรับรถยนต์ สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ
  • ใช้เป็นเครื่องเมือในการสั่ง ปิด- เปิด เครื่องใช้ไฟฟ้าที่บ้าน จากนอกบ้าน ตัวอย่างเช่น ใช้เป็นแอร์ก่อนถึงประมาณ 10 นาที
  • ใช้เป็น Modem เพื่อเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เพื่อให้ใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ หรือเป็น WiFi Router เชื่อแชร์ อินเทอร์เน็ต
  • ใช้ในการประชุม (Video Conferment) โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่
  • ใช้เซนเซอร์ในการจับความเคลื่อนไหวที่พื้น (smart floor) หรือเซนเซอร์ที่สามารถหาของ ที่หายภายในบ้านได้
  • ใช้ดู TV โดยผ่านทางสัญแบบปกติกเหมื่อนกับ TV ตามบ้านทั่วไป หรือผ่านทางเครือข่านอินเทอร์เน็ต

2. จงอภิปราย ความหมาย คำนิยาม คำจำกัดความตลอดจนถึงบทบาทความสำคัญของเทคโนโลยีดังต่อไปนี้ (ดังปรากฏใน video) http://www.youtube.com/watch?v=9t0QAnNimtc

a. Broadband solution

เป็นบริการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงโดยใช้คู่สายของโทรศัพท์พื้นฐาน เทคโนโลยี ADSL ทำให้สามารถรับส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูง เหมาะกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โดยให้บริการความเร็วในการรับข้อมูล และระหว่างใช้ Internet สามารถใช้โทรศัพท์ได้ด้วยในเวลาเดียวกัน ซึ่งเร็วกว่าการใช้งาน Analog Modem หลายเท่า นอกจากนี้ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานประเภทอื่นๆ ได้ เช่น รับส่งข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต, การเรียกชมวิดีโอตามความต้องการ (Video on Demand) และใช้งานโทรศัพท์ได้พร้อมกัน
การนำไปใช้งาน

  • การเชื่อมต่อข้อมูลในลักษณะอินเทอร์แอคทีฟ (Interactive)
  • การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วยความเร็วสูง
  • การติดต่อระหว่างสำนักงานใหญ่และสาขาได้อย่างรวดเร็ว (Branch office)
  • การทำงานทางไกล (Tele-Working)
  • การศึกษาทางไกล (Tele-Education)
  • การเรียกชมวิดีโอตามความต้องการ (VDO on Demand)
  • Home Shopping
  • Broadcast Television

Security

Filter เป็นบริการที่จะช่วยให้องค์กรของท่านสามารถควบคุมพฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตในองค์กรของท่านเพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการ งบประมาณ รวมถึงนโยบายและวัตถุประสงค์ในการใช้งานในบริษัท เพื่อให้การใช้งานอินเทอร์เน็ตในองค์กรของคุณมีประสิทธิภาพสูงสุด

บริการนี้จะทำให้องค์กรไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในใช้งาน Internet Bandwidth ไปกับการใช้งานเว็บไซต์ที่ไม่จำเป็น โดยการควบคุมการใช้งานอินเทอร์เน็ตให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้ใช้งานในองค์กร บริการนี้ยังประหยัดเวลาการทำงานของผู้ดูแลระบบ ในการ add block list ใน router หรือ proxy ด้วยตัวเอง โดยบริการ Filter จะช่วยสกัดกั้น และกลั่นกรองเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมหรือเว็บไซต์ที่บริษัทไม่ต้องการให้พนักงานหรือผู้ใช้งานในองค์กรเข้าไปใช้งาน เช่น เว็บไซต์ความรุนแรง เว็บไซต์อนาจาร เว็บไซต์การพนัน ฟรีเมล์ chat และ MP3 โดยสามารถเลือกให้ป้องกันเฉพาะช่วงเวลาได้ เช่น ช่วงเวลาทำงานไม่สามารถใช้งานได้ แต่ให้สามารถใช้งานได้เวลาเลิกงาน

การใช้งานของบริการนี้สามารถใช้งานได้ง่าย เพียงแค่ท่านเลือกหมวดของเว็บไซต์ที่ท่านไม่ต้องการให้ผู้ใช้งานในองค์กรของท่านเข้าไปใช้งาน ซึ่งระบบนี้จะทำการอัพเดตรายการในแต่ละหมวดทุกสัปดาห์ โดยเชื่อมโยงข้อมูลกับผู้ให้บริการทั่วโลก ทำให้ท่านมั่นใจได้ว่าการกลั่นกรองจะมีการอัพเดตอยู่เสมอ

  • Filter Control Category List
  • Anonymizers/Translators
  • Art & Culture
  • Chat
  • Criminal Skills
  • Cults/Occult
  • Dating
  • Drugs
  • Entertainment
  • Extreme/Obscene/Violence
  • Gambling
  • Games
  • General News
  • Hate Speech
  • Humor
  • Investing
  • Job Search
  • Lifestyle
  • Mature
  • MP3 Sites
  • Nudity
  • On-line Sales
  • Personal Pages
  • Politics, Opinion & Religion
  • Portal Sites
  • Self-Help/Health
  • Sex
  • Sports
  • Travel
  • Usenet News
  • Web Mail : Ex. Hotmail

Mail Filter

เป็นบริการระบบกลั่นกรองและ Clean-up Mail สำหรับผู้ใช้ที่มีระบบ Mail Server เอง แต่ต้องการระบบ Anti-spam และ Antivirus เพื่อทำการกลั่นกรองเมล์ที่ผ่านเข้ามาทางระบบอินเทอร์เน็ตโดยที่ไม่ต้องลงทุนติดตั้งและบำรุงรักษาระบบ Anti-spam และ Antivirus เอง ซึ่งบริการ Mail Washer ของ TOT จะมีระบบป้องกันสแปมและ ไวรัสที่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์

การทำงานของบริการนี้ในส่วนของการรับเมล์ขาเข้า (Incoming Mail) นั้น ระบบ Mail Gateway จะทำการตรวจสอบและตีกลับเมล์นั้นโดยทันทีในกรณีที่ไม่มีที่อยู่ของผู้ส่ง หรือในกรณีที่ชื่อของผู้ส่งนั้นๆอยู่ใน Blacklist รวมถึงการระบุที่อยู่ของผู้รับผิด หรือชื่ออีเมล์นั้นๆ ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว ซึ่งในการรับเมล์แต่ละครั้งเมล์แต่ละฉบับจะผ่านการตรวจสอบด้วยระบบป้องกัน Anti-spam ของ SpamAssassin เพื่อทำการตรวจสอบรูปแบบของเมล์และประเมินความเป็นไปได้ในการเป็น สแปมเมล์ และจะทำการแทรกคำว่า “Spam” ไว้หน้าหัวเรื่องของเมล์ (Subject) ก่อนที่จะส่งต่อไปยังระบบ Antivirus ของ NOD32 และ Vexira เพื่อตรวจหาไวรัสประเภทต่างๆ ที่ติดมากับเมล์หรือไฟล์แนบที่ส่งมาพร้อมกับเมล์ และทำการกำจัดไวรัสที่ติดมาทันทีก่อนที่จะส่งไปยังระบบ Mail Server ของผู้ใช้ต่อไป โดยระบบจะทำการปรับเทียบฐานข้อมูลไวรัสทุกวันเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการกำจัดไวรัส

Firewall

เป็น บริการป้องกันการโจมตีเข้าสู่เน็ตเวิร์คภายในขององค์กรเพื่อเสริมศักยภาพ ด้านความปลอดภัยให้กับผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตประเภทวงจรเช่า (Leased line) โดยสามารถป้องกันการโจมตีจากเน็ตเวิร์คภายนอกหรืออินเทอร์เน็ตโดยผู้ไม่ประสงค์ดี เช่น Hacker หรือ Attacker เข้าสู่เน็ตเวิร์คภายในขององค์กร รวมทั้งครอบคลุมความสามารถในการป้องกันการโจมตีและการระบาดของมัลแวร์ (Malware) ได้แก่ ไวรัส (Virus), เวิร์ม (Worm) และโทรจัน (Trojan) บางชนิดที่มีการแพร่กระจายจากระบบอินเทอร์เน็ต โดยองค์กรไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อฮาร์ดแวร์เอง รวมถึงการให้บริการดูแลรักษาจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้แล้วบริการ Corporate Firewall ยังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ได้ทำการบริหารจัดการนโยบายการใช้งานอินเทอร์เน็ตขององค์กร โดยสามารถกำหนดนโยบายในการอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ใช้โปรแกรมใดบนระบบอินเทอร์เน็ตได้ตามต้องการ เช่น สามารถกำหนดนโยบายไม่อนุญาตการใช้งานโปรแกรมประเภท IM (Internet Messaging) หรือ แชต หรือไม่อนุญาตให้ทำการแชร์ไฟล์ไปยังภายนอก ซึ่งจะทำให้การรักษาความปลอดภัยของระบบขององค์กรมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น

Anti-virus Server

เป็นบริการติดตั้งแอนตี้ไวรัสซอฟท์แวร์และเซิร์ฟเวอร์ที่สามารถป้องกันไวรัสให้กับคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในองค์กร ทำให้การเฝ้าดูความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในองค์กรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ระบบนี้จะทำงานแบบ Client/Server ทำให้การอัพเดตซอฟท์แวร์แอนตี้ไวรัสและฐานข้อมูลไวรัสที่เครื่องคอมพิวเตอร์ในองค์กรทั้งหมดทำได้อย่างรวดเร็ว โดยการอัพเดตจะทำที่ Server ก่อนแล้วจึงกระจายไปยังเครื่อง Client แบบอัตโนมัติ ทำให้สามารถป้องกันไวรัสและการโจมตีใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วทันเหตุการณ์

b.IPv6

IPv6 พัฒนามาจาก ระบบเลข IP(IP Address) และที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันเรียกว่า IPv4 (นั่นคือ IP version 4)

IPv6 มีอีกชื่อว่า IPng (ย่อมาจาก Next Generation)

IPv6 เป็นเวอร์ชั่นที่มาแทนที่ เวอร์ชั่น 4(IPv4)

จำนวนผู้ใช้งานบนระบบอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นด้วยอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดดจึงทำให้การกำหนด ที่อยู่แบบ IP ทั้งหมดนั้นไม่เพียงพอต่อการใช้งาน

จากปัญหาดังกล่าวในปี ค.ศ. 1990 คณะทำงาน IETF จึงได้เริ่มคิดค้นวิธีกำหนดโครงสร้างที่อยู่ IP แบบใหม่ซึ่งเป็นรุ่นที่ 6 (IPv 6) เพื่อนำมาทดแทนรุ่นที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

IP ย่อมาจาก Internet protocol เลข IP ก็คือตัวเลขที่ใช้แทน “ที่อยู่” ของเครื่องคอมฯทุกเครื่องที่ต่อเข้ากับอินเตอร์เน็ต และทุกเครื่องจะต้องมีเลข IP เป็นของตัวเอง ถึงจะสามารถรับส่งข้อมูลกับเครื่องอื่นๆ ทั่วโลกได้

รูปแบบเป็นชุดตัวเลข4 ชุด ที่คั่นด้วเครื่องหมายจุด เช่น 202.44.192.43

ตัวเลขแต่ละชุดมีขนาด 8 bits

เมื่อมีการติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นโฮสต์ คอมพิวเตอร์ เพื่อเชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ตจำเป็นต้องขอหมายเลข IP

แต่ถ้าสมัครเป็นสมาชิกกับหน่วยงานที่ทำหน้าที่เป้นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต(ISP)ทาง ISP จะจัดส่งหมายเลขให้ผู้ใช้เอง

IPv6 มีความสามารถเพิ่มขึ้นจาก IPv4 คือ

1.Expannded address space IPv6 ใช้ address 128-bit แทน address ของ IPv4 ซึ่งมี 32 bits

2.Improved option mechanism IPv6 ง่ายต่อการเพิ่ม additional option

3.Address autoconfiguration มีการจัดเตรียมพื้นที่ ของ IPv6 สำหรับการใช้งานประเภท dynamic

4.Increased addressing flexibility เพิ่มขอบข่ายของ multicast address เพื่อให้ทำการ routing ได้มากขึ้น

5.Support for resource allocation IPv6 สนับสนุนการจัดเส้นทางการไหลของข้อมูลให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น

และIPv6 ได้ยกเลิกเขตข้อมูลที่เคยมีใช้ใน IPv4 ไปจำนวนหนึ่ง ที่ไม่มีความจำเป็นในการใช้งานทั่วไป

วัตถุประสงค์ของการสร้างIPv6

1. ให้การสนับสนุนจำนวนเครื่อง Host ได้หลายพันล้านเครื่องแม้จะต้องทำงานในตารางข้อมูลที่มีขนาดจำกัด

2. ลดขนาดตารางเลือกทางเดินข้อมูลของ Router

3. ปรับปรุง Protocol ให้มีความกะทัดรัดมากขึ้น ช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้น

4. มีระบบการรักษาความปลอดภัยที่ดีขึ้นโดยการกำหนดบัญชีผู้ใช้งาน

5. ให้ความสำคัญกับประเภทของการบริการโดยเฉพาะการให้บริการตอบสนองต่อเนื่อง
6. สนับสนุนการส่งข้อมูลแบบหลายจุดโดยใช้วิธีการกำหนดขอบเขต
7. แก้ไขให้ Host สามารถเคลื่อนย้ายข้ามเขตให้บริการโดยไม่ต้องเปลี่ยนหมายเลขที่อยู่
8. ยอมให้ Protocol มีความอ่อนตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
9. ยอมให้ Protocol ทั้งแบบใหม่และแบบเก่าใช้งานร่วมกันได้

สรุปเพิ่มเติม

ต้นเหตุของปัญหาไม่ได้อยู่ที่จำนวนเครื่องพีซีที่ต่อเข้ากับอินเตอร์เน็ตมากขึ้นทุกวันเท่านั้น แต่ข้าวของเครื่องใช้ทันสมัยต่างๆ ที่สามารถสั่งงานได้แบบออนไลน์ เช่น web tv, เครื่องเล่นเกมที่สามารถเล่นผ่านอินเตอร์เน็ตได้,
หรือแม้แต่แอร์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่คุณสามารถสั่งให้เปิดเครื่องได้ขณะที่อยู่นอกบ้าน ทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่ต้องการเลข IP เป็นของตัวเองทั้งสิ้น

ทำให้ต้องมีการคิดค้นหาวิธี
แก้ปัญหาการขาดแคลนเลข IP ซึ่งในที่สุดก็ได้ IPv6

การนำระบบใหม่มาทดแทนระบบเก่าอาจต้องใช้ระยะเวลายาวนานถึง 10 ปี หรือนานกว่า

c. CDMA2000

Code Division Multiple Access หรือ CDMA
เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายด้วยระบบดิจิตอล ซึ่งได้รับการคิดค้นและพัฒนาโดยบริษัท ควอลคอมม์ ซึ่งระบบซีดีเอ็มเอ จะทำหน้าที่แปลงคำพูดเป็นข้อมูลแบบดิจิตอล และส่งผ่านข้อมูลในรูปของสัญญาณวิทยุไปบนเครือข่ายไร้สาย เนื่องจากระบบซีดีเอ็มเอ มีการใช้รหัสที่มีลักษณะเฉพาะในการระบุการโทรแต่ละครั้ง จึงสามารถรองรับผู้ใช้โทรศัพท์จำนวนมากในเวลาเดียวกัน โดยไม่เกิดปัญหาสัญญาณหลุด สัญญาณรบกวน หรือคลื่นแทรก

ระบบซีดีเอ็มเอเริ่มเปิดให้บริการในเชิงพาณิชย์ในปี ค.ศ.1995 และ กลายเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วที่ สุดของโลกปัจจุบันผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ชั้นนำต่างๆ หลายรายได้นำระบบซีดีเอ็มเอไปใช้ในการให้บริการสื่อสารด้วยเสียงและข้อมูล ความเร็วสูงให้แก่ผู้ใช้โทรศัพท์มากกว่า 212.5 ล้านรายทั่วโลก

เทคโนโลยีซีดีเอ็มเอ
ในช่วงที่เทคโนโลยีระบบการสื่อสารเคลื่อนที่ในยุคที่ 2 ได้ รับการพัฒนาประสิทธิภาพให้ดีขึ้นกว่าเทคโนโลยีในยุคแรก นักวิทยาศาสตร์ได้เริ่มมองหาเทคโนโลยีในยุคแห่งอนาคต เพื่อพัฒนาระบบการสื่อสารให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ในขณะนั้นเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายจะสามารถรองรับการสื่อสารด้วยเสียงเท่า นั้น อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีการสื่อสารในรูปของข้อมูลด้วยการส่งข้อมูลไปในอากาศ ผ่านระบบเครือข่ายก็มีแนวโน้มในการพัฒนาเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับตลาดผู้ใช้ อินเตอร์เน็ตและผู้ให้บริการข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตซึ่งมีการขยายตัวอย่างรวด เร็ว ในปี ค.ศ.1999 สมาพันธ์โทรคมนาคมระหว่างประเทศ (The International Telecommunication Union) ได้กำหนดมาตรฐานระบบการสื่อสารไร้สายในยุคที่ 3 ให้สามารถรับส่งข้อมูลความเร็วสูงพร้อมทั้งกำหนดคุณสมบัติใหม่ในด้านอื่นๆ โดยปรากฎว่า มีเทคโนโลยีซีดีเอ็มเอถึง3 ระบบที่ได้รับการรับรองให้เป็นมาตรฐานการสื่อสารระดับ 3G และในปัจจุบันมีผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมชั้นนำมากกว่า90² รายทั่วโลกได้ขอซื้อลิขสิทธิ์ซีดีเอ็มเอไปใช้ในการผลิตอุปกรณ์ที่เป็นมาตรฐาน 3G

CDMA2000 1X รองรับเสียงและข้อมูล
เทคโนโลยี CDMA2000 1X สามารถรองรับการส่งสัญญาณทั้งในรูปของเสียงและข้อมูลผ่านช่องสัญญาณระบบซีดีเอ็มเอมาตรฐานขนาด 1.25MHz ซึ่งให้ประสิทธิภาพเหนือกว่าเทคโนโลยีอื่นๆ หลายประการ

ข้อที่ 1 ระบบซีดีเอ็มเอที่พัฒนาขึ้นใหม่มีประสิทธิภาพสูงกว่าระบบซีดีเอ็มเอในยุคแรกถึง 2 เท่า (รวมทั้งมีประสิทธิภาพเหนือชั้นกว่าระบบทีดีเอ็มเอ และจีเอสเอ็ม) ทั้งยังสามารถรองรับการให้บริการด้านเสียงที่มีปริมาณการใช้งานเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งให้บริการอินเตอร์เน็ตไร้สายในรูปแบบใหม่ๆ
ข้อที่ 2 ระบบ CDMA2000 1X สามารถรับส่งข้อมูลด้วยอัตราความเร็วโดยเฉลี่ยที่ 50-90 kbps (ซึ่งเร็วกว่าความเร็วโดยเฉลี่ยในการต่อสัญญาณโทรศัพท์) โดยมีอัตราการส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงสุดที่ 153 kbps

โทรศัพท์ระบบ CDMA2000 1X ยังสามารถเปิดเครื่องรอรับสายได้นานกว่า เนื่องจากระบบ CDMA2000 1X ได้ รับการพัฒนาบนพื้นฐานของเทคโนโลยีซีดีเอ็มเอในยุคแรก จึงทำให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่สามารถอัพเกรดระบบของตนได้อย่างง่าย ดายและในราคาประหยัดสำหรับผู้ใช้โทรศัพท์มือถือสามารถใช้เครื่องเดิมของตน ติดต่อผ่านโครงข่ายที่ได้รับการอัพเกรดใหม่โดยไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องแต่ อย่างใด

CDMA2000 1xEV-DO ส่งข้อมูลความเร็วสูงอย่างมีประสิทธิภาพ
การบริการส่งข้อมูลความเร็วสูงหรือต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการส่งข้อมูล ระบบ CDMA2000 1xEV-DO จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถส่งข้อมูลได้มากกว่า 2 Mbps โดยมีค่าเฉลี่ยความเร็วมากกว่า 700 kbps เทียบเท่ากับการส่งสัญญาณด้วยสายแบบ DSL และมีความเร็วเพียงพอที่จะรองรับการใช้งานที่ต้องการประสิทธิภาพในการส่งข้อมูลความเร็วสูง อาทิ ภาพวิดีโอ และการดาวน์โหลดข้อมูลขนาดใหญ่

ทั้งนี้ การส่งข้อมูลด้วยระบบ CDMA2000 1xEV-DO นับเป็นเทคโนโลยีการส่งข้อมูลที่มีต้นทุนต่ำที่สุด เมื่อคิดเป็นต้นทุนต่อเมกะไบต์ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้การใช้อินเตอร์เน็ตไร้สายเป็นที่แพร่หลายอย่างรวดเร็ว อุปกรณ์1xEV-DO ยังมีการเชื่อมโยงข้อมูลแบบแพคเก็ท “always-on” ซึ่งช่วยให้การใช้ระบบไร้สายมีความสะดวกรวดเร็วและเกิดประโยชน์มากกว่าที่เคยเป็นมา
เมื่อผนวกเทคโนโลยีระบบ 1X และ 1xEV-DO เข้าด้วยกัน (ในกรณีที่จำเป็น) CDMA2000 จึงเป็นโซลูชั่นสมบูรณ์แบบที่มีความยืดหยุ่นและสามารถขยายขีดความสามารถให้มีสมรรถนะสูงสุด อีกทั้งมีค่าเฉลี่ยความเร็วในการส่งสัญญาณทั้งข้อมูลและเสียงที่มีความเร็วสูงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

Tags:

About Cyber7